สารจากคณะกรรมการ


นายกทันตแพทยสภา คุยเรื่อง การเจรจาเรื่องเอ็กซเรย์รอบที่ 4

เมื่อวานเพื่อนหลายคน LINE มาและมีน้องที่รักและหวังดี โทรมาถามผมถามเกี่ยวกับผลการเจรจาเรื่องเอ็กซเรย์ วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการที่ให้ปส. มา audit คลินิกทันตกรรม หลายคนพูดในทำนองว่าไปยอมเขาได้อย่างไร เจรจาแบบนี้เราเสียเปรียบ

ผมจึงจำเป็นต้องออกมาอธิบายอีก ความจริงตั้งใจว่าจะไม่พูดอะไรมาก เพราะผลการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติตามที่เราต้องการ การเจรจารอบนี้มีตัวเเทนจากทันตเเพทยสภา 4 คน เเละจากกลุ่มทันตอาสา 7 คน ทางกระทรวงวิทย์มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและทีม ปส. เข้าร่วมประชุมกว่า 10 คน เตรียมเอกสารวิชาการกันมาเป็นตั้ง ธงของทีมเรา...อยากให้กระทรวงวิทย์ออกกฎกระทรวงยกเว้น!!! ให้เครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรมไม่อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559

ถ้าเราทำสำเร็จ

  • เราไม่ต้องจดทะเบียนครอบครองหรือใช้เครื่องเอ็กซเรย์ กับ ปส.
  • ไม่ต้องสอบขึ้นทะเบียนเป็น RSO
  • เรื่องโทษก็ไม่ต้องผูกพัน เจ้าหน้าที่จาก ปส. ก็จะมาทำอะไรพวกเราไม่ได้ เราจะทำงานด้วยความสบายใจและมีความปลอดภัยมั่นคง

ผลการเจรจาวันจันทร์ที่ 26 เรายังไม่ได้ผลตามที่เราต้องการ

อย่างไรก็ตามเราถ่ายทอดความไม่สบายใจของสมาชิกให้ทีมกระทรวงวิทย์เข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องโทษที่รุนแรงซึ่งทาง ปส. เองก็ยอมรับ ท่านปลัดถามในที่ประชุมว่า จะทำให้โทษมันลดลงได้หรือไม่? นิติกรของ ปส. บอกว่าทำไม่ได้อยู่ในกฎหมาย เขียนกฎกระทรวงให้ลดก็ไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องออกจาก พรบ. นี้ ท่านปลัดบอกว่าอันนี้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์ ท่านตัดสินใจแทนไม่ได้เราจึงยังไม่ได้ตามข้อเสนอที่เราต้องการ

ประเด็นที่ให้ ปส. มา audit คลินิกทันตกรรมที่พวกเราหลายคนไม่สบายใจนั้น ผมเสนอในที่ประชุมว่า ถ้ากระทรวงวิทย์ยอมออกกฎกระทรวงให้ยกเว้นเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรมไม่อยู่ภายใต้พรบ. นี้ เรายินดีให้ปส. มา audit การใช้เครื่องเอ็กซเรย์ของเราว่ามีความปลอดภัย เพื่อให้ทางปส. สบายใจและตอบสังคมได้ และถ้าคลินิกไหนทำไม่ได้มาตรฐานก็ขอให้ปส.เเจ้ง มาที่ทันตแพทยสภา เราจะดำเนินการให้ได้มาตรฐานตามวิธีการของเราเพื่อให้การใช้ เอ็กซเรย์มีมาตรฐานและปลอดภัยกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม

เมื่อเราออกจาก พรบ. แล้ว ปส.จะไม่มีอำนาจในการตรวจจับหรือเอาผิดกับเราได้ แต่ตราบใดที่เรายังอยู่ได้พรบ. ปส.จะมาตรวจจับเราเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช่มา audit ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ที่ประชุมฟังว่า...ผมมีครอบครัว ผมเป็นพ่อ วันนึงมีคนเอาไม้มาไล่ตีลูกผมในบ้านโดยไม่บอกผมสักคำ ผมปวดใจนะ และยอมรับไม่ได้

ถ้าเป็นคุณ คุณจะยอมรับได้หรือไม่ แทนที่คุณจะเอาไม้มาไล่ตีลูกผม คุณบอกผม ให้ผมจัดการกับลูกผมเองดีกว่า ครอบครัวผมมีวุฒิภาวะสูงพอ เราไม่ชอบวิธีการแบบนี้เเค่ตักเตือนพูดจากกันก็รู้เรื่อง ด้วยเหตุนี้ถ้าคุณยอมให้เครื่องเอ็กซเรย์ของเราออกจากพรบ. ทุกฝ่ายจะ WIN- WIN

ประชาชนก็ได้รับความปลอดภัย ตามมาตรฐานทันตแพทย์เองก็ทำงานด้วยความสบายใจ ปส. ก็ไม่ต้องเสียเวลามาไล่ตรวจจับพวกเรา ถ้าไม่สบายใจก็มา audit ได้ ถ้าคลินิกไหนบกพร่อง ใช้ไม่ได้ ก็แจ้งมาที่ทันตแพทยสภาเราจะดำเนินการให้เองโดยอาศัยมาตรฐานทางด้านจรรยาบรรณ อย่างที่บอกเรื่องนี้ยังไม่จบยังต้องเจรจาหรือดำเนินการต่อไปครับ ความต้องการของผม คืออยากให้วิชาชีพที่เรารักเดินไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสาธารณะชน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและให้กำลังใจครับ

⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘⚘

ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ 28 ธันวาคม 2559 ✒


อ่านสารจากคณะกรรมการฉบับเก่า

นายกทันตแพทยสภา คุยเรื่อง การเจรจาเรื่องเอ็กซเรย์รอบที่ 4

28 ธ.ค. 2559

นายกทันตแพทยสภา คุย(ต่อ)เรื่อง ต่ออายุใบอนุญาต ตอนที่ 3

28 ธ.ค. 2559

นายกทันตแพทยสภา คุย(ต่อ)เรื่อง ต่ออายุใบอนุญาต ตอนที่ 2

28 ธ.ค. 2559

นายกทันตแพทยสภา คุยเรื่อง ต่ออายุใบอนุญาต ตอนที่ 1

28 ธ.ค. 2559

ประเด็นร้อนเรื่องเครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรม

28 ธ.ค. 2559