Eng / Tha
 < ดูจรรยาบรรณทั้งหมด>
 
 

ช่วยหรือทำร้าย?

 

ในอดีตที่ผ่านมา ทันตแพทยสภาเคยมีการลงโทษกรณีจรรยาบรรณถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่มากนักหรอกครับ แต่ในจำนวนที่ไม่มากนักดังกล่าว ความผิดที่เป็นสาเหตุให้พักใช้ใบอนุญาตฯที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็คือการ “ใช้ หรือช่วยเหลือผู้มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม” ครับ จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม ข้อที่ 10 เขียนเอาไว้ดังนี้ครับ “ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมต้องไม่ใช้ หรือช่วยเหลือผู้มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมให้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม รวมทั้งต้องดูแล มิให้มีการประกอบวิชาชีพทันตกรรมของผู้ที่มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในสถานพยาบาลที่ตนรับผิดชอบ” นั่นคือทันตแพทย์จะใช้ให้ผู้อื่น (ที่ไม่ใช่ทันตแทพย์) รักษาคนไข้แทนตัวเองไม่ได้ และจะปล่อยให้ผู้อื่น (ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์อีกนั่นแหละ) เข้ามาให้การรักษา ในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ตนเองดูแลรับผิดชอบอยู่ ก็ไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ในกรณีแรก ที่เราๆท่านๆมักจะมีประสบการณ์หรือเห็นกันได้ง่ายๆ ก็ได้แก่การที่ทันตแพทย์ใช้ให้ผู้ช่วยทันตแพทย์พิมพ์ปากผู้ป่วย หรือกรอแก้ฟันเทียม หรืออื่นๆทำนองนี้ ผมเคยเห็นผู้ช่วยของทันตแพทย์จัดฟันบางคน ได้รับมอบหมายให้กรอเอาคอมโพสิตที่ใช้ยึดแบรกเก็ตออก ซึ่งคอมโพสิตเหล่านั้นเป็นส่วนที่ตกค้างอยู่หลังการดีบอนด์ ที่จริงที่มากกว่านี้ เช่นการขูดหินปูนก็เคยได้ข่าวมาอยู่บ่อยๆ เหล่านี้เป็นเหตุแห่งการพักใบอนุญาตทั้งสิ้นครับ อย่านึกว่าจะมอบหมายงานเล็กๆน้อยๆให้คนอื่นทำ ส่วนตนเองทำงานที่สำคัญกว่าหรือยากกว่า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เดี๋ยวเป็นเรื่องเป็นราวโดนร้องเรียนขึ้นมา แล้วจะกลายเป็นว่าอดทำงานไปเสียก่อนนะครับ อีกกรณีหนึ่ง ที่เป็นบทบัญญัติเอาไว้ในจรรยาบรรณข้อ 10 เหมือนกัน คือการที่ต้องดูแลไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้ามาประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ เช่นเคยมีคำให้การของเจ้าของคลินิกท่านหนึ่ง ท่านว่าอย่างนี้ครับ ระหว่างเวลาที่คลินิกของตนเองปิด เพราะตนเองไม่อยู่ หรือต้องไปทำงานประจำในเวลากลางวัน ช่างทันตกรรมประจำคลินิกของตนก็แอบมาเปิดร้าน รับผู้ป่วยเสียเอง ตัวของท่านเจ้าของคลินิกหาได้ทราบเรื่อง หรือรู้เห็นเป็นใจแต่ประการใดไม่ หรือไม่เช่นนั้นก็ฟังได้ความว่า เคยรู้มาบ้างและก็ได้ตักเตือนแล้ว แต่ช่างเจ้ากรรมมิได้เชื่อฟังแต่ประการใด ยังคงแอบรักษาผู้ป่วยไปโดยพลการ เรื่องแบบนี้ฟังไม่ขึ้นครับ ในช่วงหลังๆ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีการ “ล่อซื้อ” อยู่บ่อยๆครับ โดยมอบหมายให้ใครสักคนมาทำการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อจะชำระค่าบริการนั้น ท่านก็จดหมายเลขของธนบัตรเอาไว้แล้วเรียบร้อยครับ พอผู้ช่วยทันตแพทย์วางเงินนั้นลงในลิ้นชัก กำลังตำรวจก็เข้ามาทันที ชนิดคาหนังคาเขากันเลย เงินค่ารักษาที่เพิ่งใส่ลิ้นชักที่ว่า ก็ถูกอายัดเป็นของกลางในการกระทำความผิดกันตรงนั้นเอง ส่วนตัวคนให้การรักษา (ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์) นั้นเล่า เจ้าพนักงานท่านก็จะพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งอาญา หรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค แล้วแต่กรณี ที่สำคัญ พอดำเนินเรื่องราวจับกุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ก็จะส่งเรื่องมาที่ทันตแพทยสภา เพื่อให้พิจารณาความผิดของเจ้าของคลินิกต่อเนื่องกันไปเลย เรื่องแบบนี้ไม่ต้องพิจารณากันนานครับ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านชงเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โทษทัณฑ์การใช้ หรือช่วยให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพ (เช่นการให้ผู้ช่วยทันตแพทย์พิมพ์ปากแทน) หรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ เข้ามาทำการรักษาทางทันตกรรมในคลินิกของตน (เช่นกรณีที่ยกตัวอย่างเรื่องช่างทันตกรรมในคลินิก) มีสถานเดียวคือพักใบอนุญาตครับ ที่เคยเห็นๆมา จำได้ว่าพักกันปีหนึ่งเป็นมาตรฐานทั้งนั้นครับ โปรดระลึกว่าวิชาชีพทันตกรรม เป็นวิชาชีพที่กระทำต่อชีวิตผู้อื่น การให้ผู้ที่ไม่มีความรู้หรือความสามารถตามที่กฎหมายกำหนดมาให้การรักษานั้น ย่อมอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นได้ การประหยัดเวลา หรือต้องการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการมอบหมายให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นผู้ให้การรักษาพยาบาลแทนตนนั้น นอกจากอาจจะทำให้เกิดโทษแก่ผู้ป่วยแล้ว ยังเกิดโทษแก่ตัวผู้มอบหมายเองด้วยครับ



แก้ไขล่าสุด : 22 พฤษภาคม 2552



 
   
 กฎหมาย/ระเบียบ
  กฎหมาย
  พ.ร.บ. วิชาชีพทันตกรรม
  พ.ร.บ. สถานพยาบาล
  กรณีศึกษา
  อนุมัติบัตร/วุฒิบัตร
หน้าแรก  |   ติดต่อทันตแพทยสภา  |  สำหรับประชาชน  |  แผนผังเว็บไซต์  |  Check Email

Copyright © The Dental Council. All rights reserved.1998 - 2009 best view for IE 6.0 1024X786 pixels Powered by ECGATES